เทรนด์บ้านยุคใหม่-ประหยัดไฟ-อยู่ยั่งยืน-WEB1

เทรนด์บ้านยุคใหม่ ประหยัดไฟ อยู่ยั่งยืน….

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลขณะนี้ ส่งผลให้ทุกฝ่ายหันมาตระหนักและให้ความสำคัญใส่ใจในการดูแลด้านสุขภาพมากขึ้น ซึ่งสาเหตุของปัญหาเกิดจากหลายสมมติฐาน โดยส่วนของภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัยถูกเหมารวมไปด้วย   ทั้งนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเทรนด์การสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงหรือแนวราบ ผู้ออกแบบ รวมทั้งผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการประหยัดพลังงานและมุ่งสร้างอาคารสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต กรรมการจัดงานสถาปนิก’62 เปิดเผยว่า ใน 1-2 ปีข้างหน้า การออกแบบอาคารหรือที่อยู่อาศัยจะมีเรื่องของ Health Wellness Well-being Happiness เข้ามาเกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีการผสมผสานกับคำเหล่านี้เพื่อทำให้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยดีขึ้นคืออยู่ดีมีสุข   อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบ้านหรืออาคารที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเริ่มเป็นที่สนใจของผู้บริโภคมากขึ้น แต่ทว่าปริมาณบ้านประเภทนี้มีจำนวนไม่มากเพราะปัจจัยเรื่องของราคาที่มองว่ายังมีต้นทุนสูง ทั้งนี้มองว่าผู้บริโภคสามารถมีบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป   ขณะเดียวกัน ต้องเน้นการทำแลนด์สเคป เพราะราคาจะสูงหรือต่ำสำหรับการก่อสร้างจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ก่อสร้างและวัสดุที่ใช้ นอกจากนี้ควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมทั้งเลือกใช้วิธีทางธรรมชาติ เช่น ปลูกต้นไม้ก็สามารถกรองฝุ่นได้แทนการติดฟิลเตอร์ราคาแพงเพื่อป้องกันฝุ่น

ผศ.รุ่งโรจน์ วงศ์มหาศิริ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า หนึ่งในเทรนด์บ้านที่กำลังมาแรง ได้แก่ บ้านที่มีระบบการจัดการพลังงานที่เหมาะสม หรือบ้าน   อย่างไรก็ตาม การออกแบบบ้านยังอยู่ภายใต้กลไกทางการตลาดที่เน้นตอบสนองความต้องการไม่ว่าจะเป็นความสวยงาม และไลฟ์สไตล์ผู้ซื้อ ก่อนจะเลือกซื้อบ้านใหม่ที่เป็นบ้านประหยัดพลังงานมีระบบจัดการพลังงานที่เหมาะสมหรือไม่มี   ในส่วนของหลังคาควรทรงสูงพร้อมฉนวนกันความร้อน หลังคาที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มักเป็นทรงเตี้ย นอกจากจะระบายความร้อนได้ยากกว่าแล้ว ยังเป็นปัจจัยให้เกิดน้ำซึมหลังคา โดยควรพิจารณาหลังคาบ้านที่ทำมุมเป็นทรงสูง ไม่ต่ำกว่า  ขณะที่ตำแหน่งหน้าต่างยังมีส่วนช่วยระบายความร้อน โดยจากการศึกษาพบว่า ห้องที่มีหน้าต่างเพียงบานเดียว จะมีการระบายความร้อนที่น้อยกว่าห้องที่มีหน้าต่างหลายบาน และควรพิจารณาตำแหน่งหน้าต่างให้อยู่ตรงข้ามกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา : posttoday.com (เรื่อง อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร)